Enter your keyword

บริการออกแบบสิ่งพิมพ์ PRINTING

โบรชัวร์ แผ่นพับ / โรล – อัพ / X- STAND / หนังสือรูปเล่ม / แคตตาล๊อกสินค้า / เมนูอาหาร

ออกแบบสวย สไตล์เรียบหรู สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจแบบมืออาชีพ

ได้ไฟล์งาน AI / PDF พร้อมพิมพ์ คุณภาพ 300 DPI ไม่บังคับพิมพ์

คุยงานโดยตรงกับดีไซต์เนอร์มืออาชีพ งานเร่งงานด่วนเราจัดให้ได้ ภายใน 24 ชั่วโมง

การันตีฝีมือด้วยผลงานกับบริษัทชั้นนำ มั่นใจในคุณภาพ คุ้มค่าคุ้มราคา

Adobe Illustrator
Adobe Indesign
Adobe Photoshop
Adobe PDF

เราให้มากกว่าใคร ทั้งคุณภาพงานออกแบบและงานบริการ

ฟรี ให้คำปรึกษารูปแบบงานที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

โทร 089-684-7913 (สายด่วน Creative Designer)

กรอกแบบฟอร์มเพื่อขอใบเสนอราคาออกแบบสิ่งพิมพ์

กรุณากรอกแบบฟอร์มอย่างละเอียด เพื่อให้ทางเราติดต่อกลับ

ข้อมูลผู้ติดต่อ
แนบไฟล์เอกสารข้อมูล
อัพโหลด File word (PDF เท่านั้น)
ตัวอย่างแบบงานที่อยากได้ (ถ้ามี)
อัพโหลด ไฟล์รูปภาพ
ต้องการสั่งพิมพ์ด้วยหรือไม่

มารู้จักประเภทงานสิ่งพิมพ์

แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มดังนี้

book_design_printing02

ออกแบบหนังสือ คู่มือ รูปเล่ม แคตตาลอคสินค้า เมนูรายการอาหาร

ขนาดหนังสือส่วนใหญ่จะมี A4 และ A5 (ครึ่งของ A4 )หรือเรียกว่าขนาดพ็อคเก็ตบุ๊ค โดยการทำหนังสือจะแบ่งจำนวนหน้าที่ หารด้วย 4 ลงตัวเช่น 8, 12, 16….48, 52, 56 เป็นต้น และระบุการทำสันหนังสือแบบเย็บมุมหลังคาหรือสันกาว

ออกแบบโบรชัวร์ แผ่นพับ ใบปลิว โปสเตอร์ แฟ้ม Resume หัวจดหมาย Artwork

การพับของโบรชัวร์ จะมีแบบ 2 พับ 3 พับ โดยจะแบ่งจากขนาด A4 หรือ นำ A4 มาต่อกัน ซึ่งจะได้ขนาดเพิ่มและใส่ข้อมูลได้มากขึ้น ในการออกแบบควรระบุรูปแบบให้ชัดเจนหรือส่งตัวอย่างงานที่อยากได้ เพื่อจะได้เข้าใจตรงกัน

brochure_design
roll_up_designweb

ออกแบบโรลอัพ ป้ายไวนิล X-Stand ธงญี่ปุ่น Standee Backdrop ป้ายงาน

สำหรับจัดงาน Event จัดดิสเพลย์ห้าง ออกบูธต่างๆ โรลอัพกับX-Stand จะต่างกันที่อุปกรณ์ที่ใช้ตั้งงานเท่านั้น ส่วน Standdee คือ งานป้ายอย่างหนึ่งที่มีการพิมพ์ลงฟิวเจอร์บอร์ด ที่เห็นใช้กันบ่อยๆ เช่นโรงหนัง ซุปเปอร์มาเก็ต เป็นต้น

เพิ่มความแตกต่างของงานสิ่งพิมพ์ให้สวยยิ่งขึ้น…ด้วยเทคนิคพิเศษ

ระบุรายละเอียดที่ขั้นตอนส่งโรงพิมพ์

การเคลือบ ต่างๆ

การเคลือบเงา, เคลือบพลาสติกด้าน และเคลือบ Spot UV  ที่นิยมกันมากจะเป็นการเคลือบด้าน บวกกับการเคลือบ Spot UV เพิ่มความโดดเด้งให้สินค้าหรือตัววัตถุ

ปั้มนูน ปั้มจม (Embossing)

การปั้มนูน (Embossing) ซึ่งอาจเพิ่มการปั้มทองหรือฟิล์ม/ฟอยล์สีต่าง ๆ (Hot Stamping) เข้าไปด้วย ทำให้งานดูหรูดูแพงขึ้นไปอีกสเต็ป แต่จะทำให้ราคาการพิมพ์ต่อชิ้นแพงขึ้น

ขอบงาน การพับต่างๆ

เพิ่มความเก๋ด้วยการตัดมุมโค้งมน การพับ 2 พับ 3 พับมากกว่า 3 (งานขนาดใหญ่ A2 ขึ้นไป กางแบบแผนที่) ให้มีลูกเล่นที่แตกต่าง

Brochure Design Package

ราคาแพคเกจออกแบบสิ่งพิมพ์โบรชัวร์ ยิ่งออกแบบมาก ราคายิ่งถูก

***ราคาดังกล่าวไม่รวมซื้อรูป ไม่รวมพิมพ์

ขั้นตอนการทำงาน

1. รวบรวมข้อมูล เพื่อส่งต่องานออกแบบ
Text ข้อความที่ใช้บนงานสิ่งพิมพ์, Logo(ไฟล์ AI หรือ PNG ขนาดใหญ่), โทนสีงาน (อ้างอิงตาม logo ), ตัวอย่างงานที่ชอบ(ทำให้ได้รูปแบบงานตรงตามต้องการมากที่สุด)

2. ออกแบบงาน จากข้อมูลที่ได้รับ
ออกแบบโดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ลูกกค้าให้มา โดยใช้เวลาออกแบบ 1-3 วัน(ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรูปแบบ / จำนวนข้อมูล / การ Dicut สินค้า หากต้องการงานด่วนกรุณาแจ้งล่วงหน้า ทางเราสามารถจัดให้ได้

3. ส่งแบบงานให้ลูกค้าตรวจสอบความถูกต้อง
ลูกค้าสามารถแก้ไขงานได้ไม่เกิน 2 ครั้ง นับตั้งแต่ส่งแบบให้ดูครั้งแรก โดยไม่สามารถแก้ไขในส่วนของโครงสร้างหลักได้ แก้ไขได้เฉพาะโทนสี แก้ไข Text รูปภาพประกอบ หรือตามความเหมาะสม

4.ปิดงาน ส่งมอบงาน
ลูกค้าจะได้ไฟล์งาน AI และ PDF พร้อมพิมพ์ หากไฟล์งานมีปัญหา เราแก้ไขให้ทันที ดูแลจนกว่าจะส่งงานพิมพ์สำเร็จ

***หลังจากเสร็จงานออกแบบ ลูกค้าควรเผื่อเวลางานพิมพ์ 1 อาทิตย์ หากมีเพิ่มเทคนิคพิเศษต้องเพิ่มจำนวนวันพิมพ์ 

FAQ: ถาม-ตอบ คำถามที่ถามบ่อย

  • ขนาดนามบัตร

    ขนาดนามบัตร ที่นิยมใช้มีขนาดดังนี้

    • 9 x 5.5 cm
    • 9 x 5 cm
    • 8.5 x 5.5 cm

    ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรระบุในการทำนามบัตร

    • ความหนาของกระดาษที่แนะนำ 300 แกรม (ดูพรีเมี่ยม มีระดับและสวยงาม) ซึ่งความหนามีให้เลือก 300 แกรม, 260แกรม และ230 แกรม
    • การเคลือบ มีแบบด้านและแบบมัน ขึ้นอยู่กับความชอบ
    • สามารถพิมพ์ 1 หน้า หรือพิมพ์หน้าหลัง ตามข้อมูลและดีไซต์
    • การออกแบบควรเว้นห่างจากขอบ 3 มิลลิเมตร (ป้องกันการตัดตก)
  • ขนาดกระดาษ Size ต่างๆ

    กระดาษมีหลาย Size ที่เราคุ้นเคยส่วนใหญ่จะเป็นขนาด  A4 โดยขนาดกระดาษแต่ละ Size จะมีที่มาจากการพับครึ่งของกระดาษที่มีขนาดใหญ่กว่า จากขนาด A0 ใหญ่สุด ไล่ไปจนเล็กสุดขนาด A6

    เรียงจากใหญ่สุด – เล็กสุด

    • A0 33.11 x 46.81 inch , 841 x 1189 mm (A1+A1)
    • A1 23.39 x 33.11 inch , 594 x 841 mm (A2+A2)
    • A2 16.54 x 23.39 inch , 420 x 594 mm (A3+A3)
    • A3 11.69 x 16.54 inch , 297 x 420 mm (A4+A4)
    • A4 8.27 x 11.69 inch , 210 x 297 mm (A5+A5)
  • ความแตกต่างระหว่างรูปแบบการพิมพ์ออฟเซทและงานพิมพ์ดิจิตอล

    การพิมพ์แบบออฟเซท Offset คือการพิมพ์โดยการทำเพลตใช้บนแท่นพิมพ์ ทำให้ได้งานที่มีความละเอียดสูงในส่วนของเนื้อสี ราคาการพิมพ์ต่อแผ่นขึ้นอยู่กับจำนวนการสั่งพิมพ์ ยิ่งสั่งเยอะราคายิ่งถูก แต่ต้องใช้เวลาขั้ตอนการจัดทำเพลตและขึ้นแท่นพิมพ์ ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับงานด่วน

    การพิมพ์แบบดิจิตอล Digital Printing หรือเรียกง่ายๆว่าการพิมพ์กับเครื่อง Printer ขนาดใหญ่ คุณภาพความละเอียดสูงเหมาะสำหรับงานเร่งด่วน ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากเพราะราคาถูกกว่า แม้พิมพ์จำนวนน้อย แต่คุณภาพใกล้เคียงกับงานออฟเซท ระบบการพิมพ์แบบดิจิตอลสมัยใหม่ความละเอียดสูงจนแทบไม่แตกต่างกับงานพิมพ์แบบออฟเซท

  • การเพิ่มดีเทลรายละเอียดให้กับงานพิมพ์

    1. การเลือกความหนาของกระดาษ เพิ่มความแตกต่างให้กับงานได้
    2. การเคลือบ โดยแบ่งเป็นการเคลือบมันและเคลือบด้าน
    3. การปั้มนูน เคลือบสีทอง
  • ความหนาของกระดาษ

    ความหนาของกระดาษ แบ่งออกเป็นดังนี้

    • กระดาษ 230 แกรม เหมาะสำหรับการทำโปสเตอร์ขนาดใหญ่ตั้งแต่ A2 ขึ้นไป หรือต้องการความแข็งของกระดาษเป็นพิเศษ เพราะมีความทนทานต่อลม สามารถติดตั้งไว้ที่แจ้งได้ ดูพรีเมี่ยม
    • กระดาษ 210 แกรม จะมีความแข็งของเนื้อกระดาษน้อยลงกว่า 230 แกรม แต่ยังคงความแข็งแรงและทนทาน หากต้องการติดตั้งงานในที่แจ้ง สามารถใช้งานได้อยู่
    • กระดาษ 190 แกรม
    • กระดาษ 160 แกรม
    • กระดาษ 130 แกรม

    ***ข้อแนะนำการเลือกใช้กระดาษ ควรเลือกใช้ตามความเหมาะสมของประเภทงาน เนื่องจากราคาจะแปรผันตามจำนวนแกรม แกรมยิ่งสูง ราคายิ่งแพง หากไม่แน่ใจการใช้กระดาษจะใช้กี่แกรมดี ควรปรึกษาโรงพิมพ์หรือทดลองจับงานกระดาษเพื่อให้ตรงตามที่ต้องการ